ครั้งที่แล้วเราได้เจลกันกระสุนกันไปแล้ว ครั้งนี้ผมก็เอาของแปลกๆแหวกแนวมาให้ได้ดูกันต่อเลยนะครับ
นั่นก็คือ Paper Speaker หรือ ลำโพงกระดาษ นั่นเองครับ
...
..
.
Industrial Technology Research Institute ในประเทศไต้หวันได้พัฒนาลำโพงทีมีความบางเหมือนกระดาษ เรียกว่า Flexpeaker โดยตั้งใจจะวางจำหน่ายลำโพงกระดาษขนาด 8.5 x 11 นิ้วในราคา 20 เหรียญฯ (ประมาณ 720 บาท) ต่อแผ่น อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมีแผนที่จะผลิตลำโพงกระดาษที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ออกมาวางจำหน่ายอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ม้วนลำโพงกระดาษเป็นทรงกระบอก เพื่อให้ส่งเสียงออกรอบทิศ ทำเป็นวอลเปเปอร์บุในโรงหนัง ติดด้านในหลังคาของรถยนต์ หรือนำไปทำเป็นลำโพงให้กับทีวีรุ่นใหม่ที่มีความบางมากๆ
Flexpeaker ทำจากขั้วไฟฟ้าที่มีลักษณะเป็นชั้นบางๆ กับแผ่นไดอะแฟรม โดยแทรกตัวอยู่ระหว่างกระดาษสองแผ่น สำหรับแอพพลิเคชันแรก ทีมพัฒนาตั้งใจจะนำ Flexpeaker ไปใช้ในรถยนต์ให้สำเร็จภายในปีหน้า จากนั้นก็จะไปทำเป็นโปสเตอร์ภาพยนต์ที่เล่นซาวด์แทรค หรือเสียงจากตัวอย่างภาพยนต์ อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของลำโพงกระดาษก็คือ ค่าความตอบสนองความถี่ที่อยู่ระหว่าง 500Hz - 200kHz เท่านั้น ซึ่งยังถือว่าไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความสมบูรณ์ของเสียงที่ได้ยิน แต่ถ้าเรื่องความบางนั้นไม่แพ้ใครแน่นอน
ภาษาเพลงตามประเทศที่พัฒนาขึ้นจริงๆ ฮา ฮา
ขอบคุณที่ติดตามครับ..
ไม่ได้มาอัพนานมากแล้วว แหะๆ การเรียนเป็นไปอย่างยุ่งเหยิงมากมาย ปี1เทอม1กับกิจกรรมอันมหาศาล...
เหนื่อยน่าดูเลยคร้าบบบ บบ บบบ แต่ก็สนุกดีหุหุ จะได้ไม่นั่งแปะอยู่กับที่.....
อาวละๆ สิ่งที่นำมาให้ได้ดูกันก็คือ "เจลหยุดกระสุน" ครับ สรรพคุณตรงตัวครับ มาลองดูกันดีกว่าว่ามันเป็นยังไง
นี่คงเป็นตัวอย่างของชุดที่ทำจากเจล และลักษณะของโมเลกุลภายในอ่ะนะครับ ส่วนรูปซ้ายนั้นพี่แกคงกำลังลองชุดกัน เลยเอาแขนกระแทกกำแพงกันมันเลย-*-
ส่วนนี่คล้ายจะเป็นลักษณะที่ทำมาสำเร็จรูปแล้ว เป็นเหมือนแผ่นยางธรรมดาๆเอง
เกือบลืมๆๆ เจลนี้มีชื่อว่า "D3O" ครับ เป็นนาโนเทคโนโลยีกันเลยทีเดียวนะครับ เจลนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย ริชาร์ด พาล์มเมอร์ (Richard Palmer) มีกลไกการทำงานคือ ในเจลประกอบด้วยโมเลกุลขนาดจิ๋ว เมื่อเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ โมเลกุลจะวิ่งสวนกันก่อให้เกิดพลังงานมากมาย จนโมเลกุลล็อคตัวและจับกันเป็นของแข็งที่สามารถดูดซับพลังงานได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
มีความอ่อนตัวและยังดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมหาศาลอีก สีสวยด้วย ฮา ฮา
ดูจากรูปและชื่อคงไม่ต้องบอกนะครับว่าจุดประสงค์หลักของมันคืออะไร ทางทหารอีกแล้ววว เฮ้ออ และก็คงจะนำมาใช้แทนอุปกรณ์กันกระแทกทั้งหลายด้วย เมื่อมีการนำ "เจลกันกระสุน" มาใช้ อีกสักพักก็จะมี "กระสุนนาโน" หรืออะไรก็แล้วแต่ออกมาอีก ก็ขออย่าให้มันร้ายแรงจนเกินไปก็แล้วกันน้ออ ทางการทหารเนี่ย
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพ ต้องขออภัยด้วยนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ...
ตอนนี้พอว่างๆขึ้นแล้วครับ เฟรชชีมันช่างเหนื่อยเหลือเกิน แต่ก็สนุกดีครับ หุหุ เอาล่ะครับนวัตกรรมที่จะนำมาให้ทุกคนได้ดูกันนี้มันน่าสนใจพอตัวเลยครับ มันคือ "แว่นแปลภาษา" ครับ งงๆใช่มั้ยล่ะครับ มาลองดูกันครับว่ามันเป็นยังไง
ทุกคนอาจจะเคยประสบปัญหาที่เวลาเจอคนต่างชาติแล้วคุยกันไม่รุ้เรื่อง ไม่ว่าชาวต่างชาติจะเข้ามาถามทาง ถามนู่นถามนี่ ไปจนถึงการเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับคนฝรั่งในห้องเรียน(555+) ซึ่งทำให้คนที่ไม่รู้ภาษานั้นกลัวกันเป็นแถบ ญี่ปุ่นอาจจะรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในข้อนี้ (ซึ่งการเรียนภาษาอังกฤษคงไม่ใช่-*-) และอื่นๆ จึงได้ผลิต แว่นแปลภาษา ขึ้นมา
แว่นตาแปลภาษา นี้มีชื่อเรียกว่า "เทเลสเกาเตอร์ (Tele Scouter)" ผลิตโดย NEC ที่เป็นบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ในญี่ปุ่น ไอเจ้าแว่นนี้ทำงานโดย เมื่อมีการสนทนาภาษาต่างประเทศ ระบบจะเริ่มบันทึกเสียงและส่งข้อความที่ได้ยินไปแปลบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ก่อนจะส่งคำแปลกลับมาในรูปข้อความ และส่งมาแสดงผลในหน้าจอภายในแว่นตาขนาดจิ๋ว ซึ่งสามารถโชว์ภาพตรงถึงเรตินาของดวงตาได้เลย และเราก็จะได้รับข้อความที่ผ่านการแปลมาแล้วขึ้นมาเสมือนซับไตเติ้ลเวลาดูหนังฝรั่งเลยครับ O_o
มาถึงส่วนของราคากันนะครับ ตกอยู่ที่ 83,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.82 ล้านบาท พระเจ้า-*- แต่ไม่ต้องกลัวครับ ที่ราคามันแพงขนาดซื้อบ้านได้เลยนี่เพราะมันยังใหม่อยู่ครับ ทาง NEC นั้นได้บอกไว้ว่าจะมีการพัฒนาต่อๆไปให้ใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งถ้าจะทำเช่นนั้นราคาก็ต้องลดลงกว่านี้อีกมากๆๆๆ และตอนนี้ยังมีแค่การแปล ญี่ปุ่น-อังกฤษ เท่านั้นครับ อีกไม่นานเราก็คงจะได้เห็นมันในทีวีบ่อยขึ้น และอาชีพล่ามก็จะค่อยๆหายไปแทน ผมคิดว่าว่าพวกล่ามคงจะเกลียดไอแว่นนี่น่าดู *-*
แต่อย่างไรก็ตาม เทเลสเกาเตอร์ นี่คงจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวหรือพวกที่ไปต่างประเทศเป็นชั่วครั้งชั่วคราวมากกว่าจะเอามาใช้ประจำนะครับว่ามั้ย ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นอะไรแปลกๆแบบนี้ อยากมีไว้สักอัน ฮา ฮา
ขอบคุณที่ติดตามครับ...